ไมเกรนไม่ได้เป็นเพียงอาการปวดหัวธรรมดาที่หายไปเองเสมอไป บางครั้งไมเกรนที่เคยเป็นแค่ครั้งคราว อาจค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ “ไมเกรนเรื้อรัง” ซึ่งทำให้ผู้ป่วยปวดหัวถี่ขึ้นจนรบกวนชีวิตประจำวัน หากคุณเริ่มรู้สึกว่าตัวเองปวดหัวบ่อยขึ้น ปวดหนักขึ้น หรือใช้ยาแก้ปวดบ่อยกว่าเดิม นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังเข้าสู่วงจรไมเกรนเรื้อรังโดยไม่รู้ตัวค่ะ
ปัจจัยที่ทำให้ไมเกรนลุกลามจนกลายเป็นไมเกรนเรื้อรัง
1. ใช้ยาแก้ปวดบ่อยเกินไป
หลายคนไม่รู้ว่าการใช้ยาแก้ปวดบ่อย ๆ อาจเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะไมเกรนเรื้อรัง การกินยาบ่อยเกินจำเป็นอาจทำให้สมองไวต่อความเจ็บปวดมากขึ้น จนเกิดการปวดหัวจากการใช้ยาเกินขนาด
2. ความเครียดสะสม
ความเครียดทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง ส่งผลต่อการทำงานของหลอดเลือดในสมอง เมื่อความเครียดสะสมต่อเนื่อง ความถี่ของไมเกรนก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นวงจรไมเกรนเรื้อรังในที่สุด
3. นอนหลับไม่เป็นเวลา
การนอนดึก นอนน้อย หรือพักผ่อนไม่เป็นเวลา ทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดจังหวะ ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นไมเกรนที่พบได้บ่อยมาก หากเป็นต่อเนื่องนาน ๆ มีโอกาสทำให้ไมเกรนธรรมดากลายเป็น ไมเกรนเรื้อรังได้
4. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
โดยเฉพาะในผู้หญิง ฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปในช่วงมีประจำเดือน วัยทอง หรือความเครียดรุนแรง อาจทำให้อาการปวดหัวรุนแรงขึ้นและเกิดบ่อยขึ้น จนเข้าสู่ภาวะเรื้อรัง
5. ทริกเกอร์จากพฤติกรรมประจำวัน เช่น
แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เมื่อเกิดซ้ำเป็นประจำ ก็ทำให้ไมเกรนควบคุมได้ยากขึ้น
จะรู้ได้อย่างไรว่าเริ่มเข้าสู่ภาวะไมเกรนเรื้อรัง
แพทย์จะประเมินว่าเป็น ไมเกรนเรื้อรัง หากมีอาการปวดหัว 15 วันขึ้นไปต่อเดือน และเป็นไม่น้อยกว่า 3 เดือน ซึ่งผู้ป่วยหลายคนมักไม่รู้ตัว เพราะคิดว่าเป็นแค่ “ปวดหัวจากงานหนัก” หรือ “พักผ่อนไม่พอ” ทั้งที่จริงอาจกำลังเข้าสู่วงจรเรื้อรังแล้ว
วิธีตัดวงจรไมเกรนก่อนลุกลาม
ไมเกรนธรรมดาอาจลุกลามจนกลายเป็น ไมเกรนเรื้อรัง ได้ หากมีปัจจัยกระตุ้นสะสมต่อเนื่อง การเข้าใจสาเหตุและสังเกตพฤติกรรมของตัวเองเป็นก้าวแรกที่ช่วยลดความถี่ของอาการและป้องกันไม่ให้ภาวะเรื้อรังเกิดขึ้น
หากคุณปวดหัวบ่อยหรือสงสัยว่าตัวเองเริ่มมีอาการเรื้อรัง H8 Clinic พร้อมให้คำปรึกษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาท และมีแนวทางการรักษาสมัยใหม่ เช่น ยาฉีดป้องกันไมเกรน ที่ช่วยควบคุมอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยค่ะ